ตอนที่ 33 ทานผัก ตามฤดูกาล
 
 
สาระความรู้ - สุขภาพดีด้วยวิถีไทย
     
หัวข้อ
  ตอนที่ 33 ทานผัก ตามฤดูกาล
ออกอากาศ
  สุขภาพดีด้วยวิถีไทย
  FM100

ตอนที่ 33  ทานผัก ตามฤดูกาล

 

Jingle  รายการ

ผู้ประกาศ 1              สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟัง หากได้ติดตามรายการสุขภาพดี ด้วยวิถีไทย มาตั้งแต่ต้นคงจะจำได้นะค่ะ ว่า หมอเมืองก็ดี  แพทย์แผนปัจจุบันด้านแมคโครไบโอติกส์  ก็ตาม  รวมทั้งความคิดทัศนะโดยรวมของชาวตะวันออก เชื่อว่าการรับประทานอาหารอย่างสอดคล้องกับฤดูกาลจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ

คุณพุฒิพล                ปกติธรรมชาติสร้างความสมดุล สมมุติว่าหน้าร้อน ผักที่จะงามช่วงหน้าร้อน คือ ผักตำลึง เป็นของเย็น ถ้าหน้าร้อนทานต้มผักตำลึงก็จะทำให้ร่างกายไม่ร้อนเกิน  หน้าหนาวก็มีผักพ่อค้าตีเมีย เป็นเฟิร์นชนิดหนึ่ง พวกนี้มีแอนตี้ออกซิแดนท์ มีขิงเพื่อให้ความอบอุ่น หน้าร้อนคนโบราณบอกว่าอย่ากินของเผ็ด ของร้อน  จะกินพวกผักหนอก เอามาทำเป็นน้ำ เป็นผักจิ้ม ธรรมชาติก็จะปรับสมดุล บ้านเมืองเราสมบูรณ์ไปด้วยผัก เพราะฉะนั้นกินผักตามฤดูกาลร่างกายก็จะปรับสมดุลได้

ผู้ประกาศชาย           คุณพุฒิพล  สุขป้อม ซึ่งเป็นผู้ชำนาญในเรื่องการแพทย์แผนไทย  ได้ให้ความสำคัญในการรับประทานผักตามฤดูกาลด้วยเช่นกัน คุณผู้ฟังครับ ทัศนะการแพทย์แผนไทยแผนดั้งเดิมเชื่อว่า ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยธาตุ 4 กอรปด้วย ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุแต่ละอย่างมีลักษณะและธรรมชาติที่แตกต่างกันและธาตุ 4 ยังเป็นแหล่งกำเนิดของโรค โรคจะบังเกิดกับธาตุใดธาตุหนึ่งจะต้องมีธรรมชาติภายนอกมากระทบ หรือมูลเหตุอื่น ๆ ทำให้เสียสมดุลจึงเกิดโรค ธรรมชาติภายนอกที่สำคัญ คือ ธรรมชาติของความร้อน ความเย็น ความหนาว เมื่อธรรมชาติภายนอกมากระทบธาตุ 4 ภายใน หากร่างกายต้านไม่ไหวจะทำให้เจ็บป่วยได้ หรือธรรมชาติภายนอกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วหรือรุนแรงมากไป จนธรรมชาติภายในเปลี่ยนแปลงไม่ทันก็จะเจ็บป่วยได้  เมื่อเราเข้าใจกฎเกณฑ์ดังนี้  เราควรปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับธรรมชาติ  จะทำให้หลีกเลี่ยงหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วย  การเลือกรับประทานอาหารหรือผักพื้นบ้าน ควรคำนึงถึงกฎเกณฑ์ดังกล่าวและควรพิจารณาให้สอดคล้องกับฤดูกาลทั้ง 3 ด้วยเช่นกัน

ดนตรี

ผู้ประกาศ 1              คุณผู้ฟังค่ะ แต่ละฤดูกาลควรรับประทานอะไร อย่างไรบ้าง มาติดตามกันเลยดี   ไหมค่ะ

เพลง                        อาบน้ำ

ผู้ประกาศ 2              ฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน โดยฤดูร้อนหรือปลายฤดูหนาวต่อกับฤดูร้อน  ความร้อนในธรรมชาติจะเพิ่มขึ้น  ความร้อนจากธรรมชาติภายนอกจึงมากระทบร่างกายและมักเป็นมูลเหตุที่ทำให้ธาตุไฟภายในร่างกายกำเริบขึ้น  และหากกำเริบมาก  อาจส่งผลต่อธาตุน้ำและธาตุดินตามลำดับ  ความร้อนส่งผลให้ร่างกายมีอาการตัวร้อน  ปวดศีรษะ วิงเวียน อ่อนเพลีย คอแห้ง กระหายน้ำ ร้อนใน ท้องผูก ปัสสาวะน้อยและสีเหลืองจัด หรืออาจเกิดเป็นเม็ดผดขึ้นตามร่างกาย อาการดังกล่าวสามารถป้องกันและบรรเทาได้ด้วยอาหารรสขมเย็น รสเปรี้ยว รสจืด  อาหารเหล่านี้จะทำให้ความร้อนผ่อนคลายลง หรือช่วยลดความร้อน ผักพื้นบ้านที่ควรรับประทานในฤดูร้อน เช่น มะระขี้นก ฮ้วนหมู ผักเฮือด ส้มป่อย ผักกูด ผักปลัง ตำลึง ชะอม  มะขาม ผักหวาน ไม่ควรรับประทานอาหารรสร้อน รสเผ็ดจัด รสมัน เพราะจะเป็นธาตุไฟในร่างกาย เป็นผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ลำไย ขนุน ทุเรียน เป็นต้น  สำหรับเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับฤดูร้อน คือผลไม้รสเปรี้ยวเย็น  คั้นและเหยาะเกลือเล็กน้อยจะช่วยคลายร้อนได้ ตัวอย่าง เช่น แตงโม ส้ม สับปะรด เป็นต้น

เพลง                        ฝนเดือนหก

                                ในฤดูฝนระหว่างเดือนมิถุนายน-เดือนกันยายน เมื่อฝนย่างกรายเข้ามาความเย็นอันเป็นธรรมชาติของฤดูฝนเพิ่มมากขึ้น สำหรับภายในร่างกาย ธาตุลมอันเป็นธาตุที่มีลักษณะเคลื่อนไหวและมีธรรมชาติเย็นจะถูกกระทำโทษได้ง่าย ร่างกายจึงมักจะมีการเจ็บป่วยโดยมีมูลเหตุจากธาตุลมเป็นสำคัญ ความเย็นที่มีมากเกินไปจะกระทำธาตุลมให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ครั่นเนื้อครั่นตัว เป็นไข้หวัดน้อยได้ อาการดังกล่าวสามารถป้องกันได้โดยอาหารรสขมและรสเผ็ดร้อน ผักพื้นบ้านที่มีรสเผ็ดร้อน คือ  ยอดพริก  โหระพา  ยี่หร่า  แมงลัก  กะเพรา  หูเสือ  ผักไผ่  พลูคาว  ขิง  ข่า  ผักคาด  กระทือ  กระเจียว  ผักแพว  เอื้อง  เป็นต้น

เพลง                        ลมหนาว

ผู้ประกาศ 1              ฤดูหนาวซึ่งอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-เดือนมกราคม  เมื่อความหนาวอันเป็นธรรมชาติของฤดูหนาวจะกระทบต่อร่างกาย หากร่างกายไม่อาจต้านทานได้ จะเกิดความเจ็บป่วย  ความหนาวจะส่งอิทธิพลต่อธาตุน้ำในร่างกาย  ทำให้เจ็บป่วยได้มากกว่าธาตุอื่น  และจะทำให้มีอาการผิวแห้ง  มึนศีรษะ  น้ำมูกไหล  ขัดยอก  ขยับเยื้อนร่างกายไม่สะดวก  ท้องอืด  อาหารที่เหมาะกับอากาศในฤดูหนาว คือ  อาหารรสขมร้อน  รสร้อนและรสเปรี้ยว  ผักพื้นบ้านที่เหมาะสมในการรับประทานหน้าหนาวคล้ายกับผักพื้นบ้านที่รับประทานหน้าฝน  ตัวอย่างเช่น ข่าอ่อน  กระชาย  พริกไทย  ยอดพริก  ขมิ้น  ผักไผ่  ผักแพว  และผักที่มีรสเผ็ดร้อนทุกชนิด

ดนตรี

ผู้ประกาศชาย           คุณผู้ฟังครับ เท่าที่สังเกต ผักพื้นบ้านที่แนะนำให้รับประทานตามฤดูกาลเหล่านี้มักจะออกยอดออกส่วนของพืชที่รับประทานได้ในฤดูกาลนั้นเช่นกัน เช่น ผักเฮือด ผักกูด  มะระขี้นก บวบ มีในหน้าร้อน กระเจียว ผักไผ่  หูเสือ  มีในหน้าฝน เป็นต้น จึงนับเป็นความสะดวกของผู้บริโภคที่สามารถเลือกผักบริโภคได้ตามฤดูกาลและยังเป็นผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย

ผู้ประกาศ 1              คนไทยนี้โชคดีนะค่ะ ที่เราสามารถจะทำผักรับประทานได้ทุกฤดูกาล  นอกจากไม่ทำให้เกิดความรู้สึกซ้ำซากในเมนูอาหารแล้ว  ยังได้ของดี เด็ด ๆ จากธรรมชาติสู่สุขภาพอีกด้วย  วันนี้ลาไปก่อน  สวัสดีค่ะ

Jingle  รายการ