News & Activity

ข่าวและกิจกรรม

FM 100 มช. จัดเวทีเจาะลึกประชามติ ระดมมุมมองหลากมิติ นักวิชาการ-ภาคสังคม-คนรุ่นใหม่ ประสานเสียง

FM 100 มช. จัดเวทีเจาะลึกประชามติ ระดมมุมมองหลากมิติ นักวิชาการ-ภาคสังคม-คนรุ่นใหม่ ประสานเสียง "แก้รัฐธรรมนูญ" คือกุญแจดอกแรกไขทางตันประเทศ ก่อนเข้าคูหา 8 ก.พ. นี้

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ณ อาคารศูนย์นวัตกรรมการสื่อสาร คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน (FM100 MHz) จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การออกเสียงประชามติ: อนาคตประเทศไทยในมือกคุณ” เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนก่อนถึงวันออกเสียงประชามติและวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตามประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา

เวทีดังกล่าวเป็นการรวมตัวของนักวิชาการภาคส่วนต่างๆ ผู้แทนภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และตัวแทนคนรุ่นใหม่ เพื่อสะท้อนมุมมองต่อความจำเป็นในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางโครงสร้างและเศรษฐกิจที่รุมเร้าประเทศไทย ซึ่งบรรยากาศในวงเสวนาเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยวิทยากร ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความจำเป็นในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนี้



รัฐธรรมนูญในฐานะหลักประกันสิทธิและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

รศ.ดร.ทศพล ทรรศนพรรณ หัวหน้าศูนย์ศึกษากฎหมายกับเทคโนโลยี คณะนิติศาสตร์ มช. ย้ำถึงความสำคัญในเชิงนิติศาสตร์ว่ารัฐธรรมนูญคือเครื่องมือชี้ขาดข้อขัดแย้งและหลักประกันสิทธิของคนทุกคน ไม่ใช่แค่พลเมืองไทย พร้อมเสนอให้ปรับปรุงเนื้อหาให้ก้าวสู่ระดับสากลมากขึ้น

"นักลงทุนต่างชาติมองเรื่องความมั่นคงทางกฎหมายและการเมือง หากรัฐธรรมนูญไม่เสถียร มีการรัฐประหารบ่อย หรือกติกาไม่ชัดเจน นักลงทุนจะไม่กล้าเข้ามาลงทุนระยะยาว... รัฐธรรมนูญควรเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยเหตุผล ไม่ใช่การใช้กำลังหรือรัฐประหาร"



ขณะที่ นายอาคม สุวรรณกันธา รองประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างกฎหมายสูงสุดกับเรื่องปากท้อง โดยนิยามวิกฤตปัจจุบันผ่าน 3 คำคือ "ทุน-ทุบ-ท่วม" (ทุนผูกขาด-ภูมิรัฐศาสตร์ทุบ SME-ภัยธรรมชาติและกฎหมายท่วมทับ)

"รัฐธรรมนูญคือ Well-being คือความเป็นอยู่ของประชาชน การทำประชามติครั้งนี้เปรียบเสมือนการไขกุญแจประตูบานแรก เพื่อเปิดทางไปสู่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพราะรัฐธรรมนูญคือการจัดสรรทรัพยากรที่ส่งผลโดยตรงต่อเงินในกระเป๋าประชาชน"



กติกาที่เสียสมดุลและความจำเป็นของการ "แก้ทั้งฉบับ"

ในมุมมองรัฐศาสตร์ ผศ.ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ จากคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มช. อธิบายว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 มีสภาวะ "Super entrenched" หรือแก้ไขได้ยากมาก เนื่องจากเงื่อนไขของ ส.ว. และศาลรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องล้างไพ่ผ่านการร่างใหม่ทั้งฉบับ



"ปัจจุบันอำนาจตุลาการมีมากเกินไปจนเสียสมดุล สามารถชี้เป็นชี้ตายฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติได้ จึงต้องทบทวนขอบเขตอำนาจใหม่ แม้กระบวนการประชามติอาจต้องทำถึง 3 ครั้งซึ่งยาวนาน แต่เป็นขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้ได้กติกาที่เป็นธรรม"



สอดคล้องกับ ผศ.ดร.วิจิตร ประพงษ์ รองคณบดีคณะสังคมศาสตร์ มช. ที่โต้แย้งข้อกังวลเรื่องงบประมาณในการจัดทำประชามติ โดยมองว่าความคุ้มค่าไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเงินบาท แต่อยู่ที่อนาคตของสังคม

"งบประมาณหลักพันล้านบาทถือว่า 'ไม่แพง' และ 'คุ้มค่า' หากเทียบกับความเสียหายทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้ง อย่าเชื่อใครบนเวทีนี้ แต่ให้ถามใจตัวเองว่าชีวิตทุกวันนี้ดีพอหรือยัง? ถ้าคิดว่ายังดีได้กว่านี้ ก็ให้ออกไปโหวตเห็นชอบ"



การกระจายอำนาจ: เสียงจากภาคประชาสังคมและคนรุ่นใหม่

อาจารย์ชัชวาล ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 คือมรดกของการรัฐประหารที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทำให้การจัดการปัญหาในพื้นที่ เช่น ฝุ่น PM 2.5 หรือการจัดการทรัพยากรชุมชนติดขัด

"งบประมาณ 4 ล้านล้านบาทกระจุกอยู่ส่วนกลาง ต้องกระจายสู่ท้องถิ่นเพื่อให้จังหวัดจัดการตนเองได้ หัวใจสำคัญคือต้องออกแบบกลไกป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญอีกในอนาคต"



ปิดท้ายด้วย นายณัฐดนัย เกษสระ ผู้ช่วยนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สะท้อนความผิดหวังของเยาวชนต่อกลไกการเมืองในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ยังคงสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่กลับมามีความหวังและออกมาใช้สิทธิ

"การเลือกตั้งปี 66 พิสูจน์ว่าเสียงประชาชนสิบล้านเสียงถูกกลไก ส.ว. ทำให้ไร้ความหมาย แต่การแสดงจุดยืนดีกว่าการเพิกเฉย การออกมาใช้สิทธิ์ประชามติคือการกำหนดกติกาที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันไปอีกนาน"



ทั้งนี้ เวทีเสวนาดังกล่าวเน้นย้ำว่า นอกจากการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียว) การเลือกตั้ง ส.ส.แบบ บัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) แล้ว การออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งประชาชนจะได้รับบัตรออกเสียงประชามติ (สีเหลือง) เปรียบเสมือนการไขกุญแจดอกแรกเพื่อเปิดประตูสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวเชียงใหม่และคนไทยทุกคนออกไปใช้สิทธิ์กำหนดอนาคตของตนเอง ติดตามรับชมย้อนหลังได้ที่: Facebook Page: FM100 เสียงสื่อสารมวลชน

เขียนเมื่อ 30 มกราคม 2569 15:47:27 น. (view: 13055)

รูปภาพ-เอกสารประกอบ




FM100 CMU Logo
สถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน คณะการสื่อสารมวลชน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 239 ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ 50200

Call us

On air : 053-942711-2
Office : 053-942710

Email & Fax

EMAIL : fm100@cmu.ac.th
        

LINE :  FM100CMU 

 

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน ความคิดเห็นจากสาธารณะเกี่ยวกับการดำเนินงานของสถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน
https://forms.gle/e4E3rYTnv3LvxcxN8

ติดตาม FM100 ได้ทุกช่องทาง

รับฟังรายการสดได้ทาง